เหตุเกิดเมื่อวานวันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 วีรกรรมของสันเขา
ด้วยความซน ดื้อรั้นไม่ฟังใคร และ ความอยากรู้อยากเห็นเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บครั้งนี้
เหตุเกิดเมื่อเวลาราวสี่โมงเย็นกว่า ๆ หลังจากเรียนเปียโนเสร็จ ขุนเขากับสันเขาก็ลงไปส่งคุณครูเปียโนโดยมีคุณป้าตามไปด้วยเช่นเคย
สักครู่ ม๊าก็ได้ยินเสียงป้าโหวกเหวก ๆ ใจม๊าก็ยังคิดว่าวันนี้ลูกสองคนเป็นเด็กดี รีบขึ้นบ้านมา ไม่ไปเดินเล่นดูนก ดูปลา ขี่จักรยานกับเพื่อนเช่นเคย แต่เมื่อเสียงของป้าชัดเจนยิ่งขึ้น ม๊าก็เริ่มคิดว่า สิ่งที่ได้ยินเป็นจริงหรือไม่
“เร็วให้หม่าม๊าดูเร็วเข้าไม่รู้นิ้วหลุดหรือเปล่า”
คำว่านิ้วหลุดเป็นอะไรที่ฟังแล้วน่ากลัว ลูกไม่ได้ร้องไห้ แต่ส่งเสียงคุยกับป้าน้ำเสียงกังวลเจือความเจ็บปวด ม๊าจึงรีบวิ่งไปดู และเห็นป้าจูงมือสันเขาเข้าประตูมา มือขวาถูกห่อเอาไว้ด้วยผ้าอ้อม มีเลือดเป็นหยด ๆ เลอะอยู่ทั่วไป ลูกหน้าซีด มีรอยน้ำตาบนใบหน้า ม๊าเริ่มใจไม่ดี
“อะไรกันน่ะ จริงหรือ นิ้วหลุดจริงหรือ หม่าม๊าไม่กล้าดูนะ”
อิอิ…สุดยอดแม่แห่งปี ดิฉันเองค่ะ ลูกนิ้วจะหลุดม๊ายังไม่กล้าจะดู ม๊ายังภาวนาว่าป้าหลอกสันเขาให้ตกใจกลัวจะได้ไม่ไปซน แต่เมื่อเห็นท่าทีป้ากับสันเขาและขุนเขาที่คอยดูน้อง ส่งเสียงแสดงอาการหวาดเสียวอยู่ข้างๆ ม๊าก็เริ่มยอมรับแล้วว่าเป็นจริง ทำให้ใจวูบไปที่ตาตุ่มเลยในตอนนั้น
“หม่าม๊าดูหน่อยสิว่านิ้วหลุดหรือเปล่า จับเข้าไปได้กระจกแตก ๆ บอกก็ไม่ฟัง หลอดไฟก็ไปกระโดดเหยียบ ๆ ทำไม ทำไมไม่ฟังป้านะ”
ป้าคะยั้นคะยอ พลางเริ่มเปิดผ้าอ้อมที่พันเอาไว้ ม๊าเกือบจะหลับตาแต่เมื่อนึกได้ว่า ขืนมัวช้าอยู่ หากเป็นอาการหนักส่งโรงพยาบาลไม่ทัน ลูกชั้น นิ้วด้วนแน่ๆ
สันเขาทำท่าหวาดเสียว เจ็บปวด ตอนแบมือที่กำผ้าเอาไว้ ป้ากดแผลเอาไว้แน่นแต่แรกเห็นทำให้เลือดไม่ไหลมากนัก แต่พอเห็นแผลม๊าก็เข่าอ่อน “ลูกชั้นจะพิการหรือเปล่าเนี่ยะ” ม๊านึกในใจ
“โอ๊ย…โดนได้ยังไง ป้า….คุณป้า ดูหลานยังไงเนี่ย”
ปกติม๊าไม่ชอบโวยกับพี่สาวตัวเอง แต่คราวนี้มันโกรธมาก ๆ โกรธทั้งพี่ทั้งลูก เพราะว่า รู้ดี่ว่าเจ้าตัวซนนี่ไม่ฟังใครเลยเวลาเฮฮาน่ะ ไม่กลัวอะไรเอาเสียเลย ป้าก็ดีแสนดี ตามใจหลาน ไม่ดุ ไม่ขู่อะไรทั้งสิ้น จับหลานไม่อยู่ทุกที แล้วม๊าก็โวย ๆ ๆ โดยไม่ต้องการคำตอบ นั่นแหล่ะขอให้โวยไว้ก่อนล่ะ งานนี้ได้ทีสันเขาหน้าเสีย อยู่แล้วยิ่งเสียใหญ่ ไม่กล้าเถียงอะไรม๊า ป้าก็หน้าเสียยิ่งกว่าหลาน ทำท่าจะร้องไห้ด้วยซ้ำไป ขุนเขาก็วิ่งไปมา พลางขอน้องดูแผล พยายามจะดึงผ้าพันแผลน้องออก
“ปลา…เก็บของเร็วเข้า มาดามจะพาน้องไปหาหมอ น้องนิ้วด้วนแล้ว ต้องตัดนิ้วทิ้ง”
พี่ปลาวิ่งมาดู แล้วร้องจ๊ากวิ่งกลับเข้าไปในครัว
“อุ๊ย…ทำไมน่ากลัวจังคะ มาดามคะ น่ากลัวมั่ก ๆ เลย”
แล้วพี่ปลาก็รีบปิดเตาที่กำลังทำอาหารอยู่ แล้ววุ่นกับการจัดปิ่นโตกับสัมภาระของน้อง
ระหว่างนั้น ม๊าซึ่งโกรธหนัก ก็โทรลงไปเรียกผู้จัดการคอนโดขึ้นมาดูแผลที่มือสันเขาด้วย และตำหนิเขาที่ปล่อยให้แม่บ้านเอาบานกระจกแตก ๆ กับขยะที่รอการขายไปสุม ๆ ไว้ตรงสวนตรงนั้น แม้ว่าที่นั่นจะไม่ใช่ที่เล่นของเด็กก็ตามที แต่ไม่ว่าใครก็อาจจะล้มลงไปโดนได้ทั้งนั้น
ผู้จัดการคนนี้เป็นคนที่อะไรก็ คับ คับ คับ ที่เรียกให้มารับรู้ดีแผลของสันเขาม๊าไม่ได้หวังอะไรมาก แค่ต้องการให้เค้าเห็นว่าการไม่ระมัดระวัง คุมแม่บ้านให้ทำงานให้มีประสิทธิภาพทำให้ลูกของม๊าบาดเจ็บ ม๊าสังหรณ์ใจตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วที่พาลูกค้ามาดูออฟฟิศซึ่งเราติดประกาศให้เช่า ม๊าเดินสำรวจรอบ ๆ บริเวณตึกนั้น ก็เห็นขยะในถุงดำเหล่านั้นแล้ว ใจยังนึกตำหนิว่า เค้ามักง่าย เอาตรงนั้นมาไว้ขยะ ไม่น่าดู แล้วใครจะมาเช่าออฟฟิศของเรา ใจม๊าอยากจะร้องเรียนเขา แต่ก็คิดว่า เขาจะหาว่าเราเรื่องมาก ก็เลยเลื่อนมาเรื่อย กระทั่ง ลูกมาเกิดเรื่องในที่สุด
จริงๆ แล้วม๊าอยากกรี๊ดใส่หน้าเค้าเลยด้วยซ้ำ แม่บ้านด้วย โทษที่ทำความสะอาดอะไรก็ไม่ดี บริเวณตรงนั้นเรียกได้ว่าเสื่อมโทรมไม่น่าอยู่เลย
แต่ก็กลัวว่าเรื่องใหญ่ขึ้นพวกเค้า ซึ่งเป็นคนแก่ทั้งนั้นจะตกงาน
หากม๊าติงแต่แรกสันเขาก็จะไม่ต้องเย็บมือถึง 9 เข็ม
เรามาถึงโรงพยาบาลราวสี่โมงเกือบครึ่ง ยับนับว่าโชคดีที่รถไม่ติด เคสนี้ไม่ต้องเข้าแผนกเด็ก แต่ไปที่แผนกศัลยกรรมเลย พยาบาลเด็กได้ส่งแฟ้มประวัติการรักษาของสันเขามาที่นี่แล้ว
เมื่อพยาบาลเห็นแผลก็บอกว่าเอาผ้าก๊อซสะอาด ๆ ปิดแผลไว้ก่อน และให้สันเขาไปชั่งน้ำหนัก
ลูกหนัก 18.80 กิโลกรัม สูง 105 เซ็นติเมตร เป็นน้ำหนักที่เพิ่มจากปลายปีที่แล้วเพียง 8 ขีด แต่ส่วนสูงนั้นสูงขึ้นมากว่าห้าเซ็นติเมตร
พอชั่งน้ำหนักเสร็จ คุณหมอก็เรียก
คุณหมอผู้ชายวัยไม่เกินสี่สิบปี หน้าตาดีและดูใจดีด้วย แกชวนสันเขาคุยราวกับแกเป็นหมอเด็ก คุยสนุกกว่าหมอที่อยู่แผนกเด็กจริง ๆ เสียอีก
“สวัสดีครับ หนูชื่ออะไรครับ”
“สันเขา…” ลูกไม่ยอมพูดครับทุกที
“มือไปโดนอะไรมาครับ”
“โดนแก้ว เป็นแผล”
ม๊าเล่าเหตการณ์ให้คุณหมอฟัง ก็คือว่า สันเขาซึ่งถือลูกโป่งลงไปส่งคุณครูเปียโนที่ชั้นล่าง ด้วยความซนก็โยนลูกโป่งเล่น ลูกโป่งดันลอยเข้าไปในมุมที่เค้าเก็บขยะ สองพี่น้องก็วิ่งกันเข้าไป ขุนเขาเข้าไปก่อน แต่สันเขา ซึ่งตามหลังไป กลับหกล้ม ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากการที่เขายกเท้าขึ้นเหยียบหลอดไฟบนพื้น เรียกได้ว่ากระทืบ ๆ เลยและ คุณป้า ห้ามไว้ คงจะกันเขาออกไป เขาก็กระโดดข้ามเจ้าหลอดไฟ แต่เสียท่าล้มลง มือไปดันพื้น ตรงที่มีกระจกแตกอยู่พอดี
“ไหนขอคุณหมอดูหน่อยสิครับ โอโห… ก็ไม่น้อยนะครับ อย่างนี้ต้องเย็บนะครับคุณแม่ สันเขาครับคุณหมอจะทำอย่างนี้นะครับ หนูฟัง ถ้าตรงไหนไม่เข้าใจ ก็ถามนะครับ”
สันเขาพยักหน้า
“ขั้นแรกคุณหมอจะล้างแผลให้นะครับ และก็จะใส่ยาชาให้ หลังจากนั้นก็จะเย็บปิดแผล แผลรุ่ยๆ แบบนี้ต้องแต่งแผลนะครับ ไม่เจ็บครับ แป๊บเดียวเท่านั้น โอเคไหมครับ”
“คับ” เขาพยักหน้ารับ ทำหน้าตาราวกับผู้ใหญ่
เมื่อขึ้นไปนอนบนเตียง เขาก็หันสำรวจโลกไปมา กระทั่งคุณบุรุษพยาบาลเข้ามาขอกอดเขาที่ตรงเอง ส่วนคุณพยาบาลสาวสวยก็โอบกอดด้านศรีษะกับไหล่เอาไว้
“ไหน ๆ พี่พยาบาลขอกอดหน่อยน้า….ขอกอดหน่อยได้มั๊ยเนี่ย ทำไมหล่อจังเลย”
พยาบาลกับบุรุษพยาบาลชวนสันเขาคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ส่วนหม่าม๊านั้น เริ่มใจไม่ดี เสียวแทนลูก และคิดว่าคงเจ็บแน่ๆ เพราะคุณหมอไม่ให้ม๊ากอดลูก แต่กลับเรียกบุรุษพยาบาลร่างใหญ่มาแทน
จากนั้น คุณหมอก็ผสมยาชา เตรียมไว้ และมาล้างแผลให้โดยใช้น้ำเกลืออ่อนแปะ ๆ เช็ด ๆ อย่างเบามือ เอาคราบสกปรกทั้งหน้ามือ หลังมือ บริเวณน้ำทั้งหมดออกก่อนแล้วจึงเริ่มฉีดยาชา ในตอนแรกม๊าคิดว่าเป็นยาชาแบบพ่นที่ม๊าใช้ตอนบริจาคเลือดที่โรงพยาบาลรามา แต่พอเห็นคุณหมอ ใช้เข็มเล็กๆ ดูดน้ำใส ๆ เข้าไปเต็มหลอดเลย ม๊าก็นึกสงสารลูกทันที
“จะเจ็บนิด ๆ นะครับ”
สันเขาไม่พูด แต่ใช้ท่าทีสื่อสาร โดยเฉพาะแววตาที่คอยมองม๊า ม๊ารีบใช้ภาษาจีนบอกลูก
“อดทนหน่อยนะลูกนะ อย่าร้องไห้นะ อายเค้า หนูต้องเข้มแข็ง เพราะว่าเป็นความรับผิดชอบของลูกเอง หม่าม๊าบอกแล้วว่าให้ระวัง ไม่ให้ไปเล่นซี้ซั๊ว”
คำพูดลักษณะนี้ใช้ได้กับสันเขามากกว่า ขุนเขาพี่ชาย สันเขาจะยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนมากกว่าพี่ชายมาก
ระหว่างที่คุณหมอค่อย ๆ ฉีดยาชาเข้าบริเวณใกล้ ๆ แผล สันเขาก็โงหัวขึ้นมามอง ทั้ง ๆ ที่คุณหมอบอกว่าให้หลับตาอย่ามอง แต่สันเขาก็มองอย่างตั้งใจ รับรู้ตลอดเวลาว่าคุณหมอทำอะไรกับมือของตน ม๊าเอง ใจจริงอยากจะหลับตา แต่ก็ต้องทนดู และคอยมองลูก พลางกลั้นใจพลาง กลัวเหลือเกินว่าลูกจะเจ็บมาก และร้องไห้ออกมา เพราะขนาดม๊าซึ่งเคยโดนฉีดยาชาที่มือนี่เป็นอะไรที่เจ็บสุด ๆ เพราะเส้นประสาทอะไรก็อยู่ตรงมือทั้งนั้น ลูกทำได้ดีมาก แม้จะเจ็บแค่ไหนแต่อดทน ความเจ็บของลูกดูได้จากสีหน้า และเสียงสูดหายใจและถอนหายใจออกมา แบบสุดกลั้น
แม้ว่าคุณหมอจะบอกว่าฉีดนิดเดียว แต่ม๊ารู้สึกว่ามันนานมาก ยิ่งเห็นสีหน้าลูกที่เกือบจะสุดทนแล้ว เริ่มมีเสียง และขยับตัว จากที่ตอนแรกคงคิดว่า แค่ “จึ๊ก” เดียวอย่างที่ม๊าบอก แต่มันกลายเป็นสี่ห้าจึ๊ก และหลายอึดใจ จนกระทั่งอึดใจสุดท้ายที่ คุณหมอถอนเข็มขึ้นและแทงไปที่อื่นอีกสามสี่ครั้ง ลูกก็ส่งเสียงว่าเจ็บ สีหน้าแสดงชัดเจนว่าไม่ไหวแล้ว ม๊าก็ส่งเสียงปลอบใจลูก ด้วยประโยคเดิม
“สันเขา อย่าร้องไห้นะลูก อีกนิดเดียวเท่านั้น เดี๋ยวลูกก็จะไม่รู้สึกเจ็บจะเป็นรุ้สึกชาแทน อดทน เพราะว่าเป็นความรับผิดชอบของลูกเอง”
ลูกสงบลงได้และก็พอดีกับที่คุณหมอถอนเข็มออก
“เอาหล่ะครับ ตรงนี้เจ็บไหมครับ” หมอแตะ ๆ บริเวณรอบ ๆ แผล สันเขาส่ายหน้าทุกที่ เป็นอันว่ายาชาออกฤทธิ์แล้ว
“ดีครับงั๊นที่นี้เรามาดูแผลข้างในกันนะครับ คุณหมอจะล้างแผลให้จะได้ไม่ติดเชื้อ”
เมื่อคุณหมอใช้คีมหนีบชิ้นเนื้อด้านบนเปิดออกให้เห็นเนื้อแดงกับเลือดสด ๆ ด้านใน ม๊าก็ต้องกัดลิ้นตัวเองอีกครั้ง เลือดสด ๆ ไหลออกมาเป็นสายคุณหมอใช้สำลีก้อนใหญ่ซับ ๆเอาไว้ และใช้น้ำเกลือล้างแผลด้านในออก และเช็ดจนสะอาด กระบวนการนี้ สันเขานอนมองอย่างสนใจ และไม่รู้สึกเจ็บแล้ว
“ต่อไป เราจะเย็บแผลกันนะครับ คุณแม่ครับ หมอจะใช้ไหมธรรมดา นะครับจะได้ไม่มีแผลเป็นหรือแผลเป็นน้อยที่สุด แต่ต้องมาตัดไหมครับ”
“ค่ะ” ม๊าตอบ ใจไม่คิดถึงอะไรนอกจากลูก กำลังคิดว่า เอ็น หรือเส้นประสาทตรงไหนจะถูกตัดขาดบ้างหรือเปล่า จะบอกป่าป๊ายังไง าฯลฯ
คุณหมอใช้ด้ายสีเทา หรือเงินไม่แน่ใจ ค่อย ๆ เย็บ ม๊านับได้หกครั้งที่หมอปักเข็มและดึงขึ้นมามัด ใจม๊าลุ้นระทึกมาก ๆ ว่าลูกจะเจ็บหรือเปล่า กลัวยาชาหมดฤทธิ์
กระทั่งเข็มที่เจ็ดที่พอหมอปักเข็มลงลูกก็เด้งตัวขึ้นทันที แสดงว่าบริเวณนั้นไม่ชาพอ ลูกส่งเสียงจะร้องไห้อยู่แล้วเชียว แต่ก็สงบได้เมื่อม๊าท่องคาถาเดิม
“อดทนไว้ เพราะมีมันเป็นความรับผิดชอบของลูก ต้องเข้มแข็ง อย่าร้องไห้ อายเค้านะ เดี๋ยวก็เสร็จแล้วลูก จะเสร็จแล้ว อีกนิดเดียวเอง…”
คราวนี้สันเขาถอนหายใจ พร้อมส่งเสียงคำรามแบบอดกลั้นความเจ็บปวดสุด เหมือนพระเอกหนังตอนที่ต้องอดทนให้คุณหมอเย็บแผลสด ๆ หรือแงะเอากระสุนที่โดนคนร้ายยิง ออกจากร่างสด ๆ ปากคาบมีด หรือผ้า ไว้ เพื่อไม่ให้กัดลิ้นตัวเองน่ะ สันเขา สามขวบสิบเดือนทำเหมือนกันเลย
ม๊าน้ำตารื้น นึกชื่นชมลูกตัวเองอยู่ในใจ ภูมิใจที่ลูกเข้มแข็งอย่างที่ม๊าสอนมาตลอด
“เสร็จแล้วครับ นี่ไง สวยมั๊ยครับ เดี๋ยวหมอพันผ้าให้ครับเชื้อโรคจะได้ไม่เข้า และห้ามถูกน้ำนะครับ มือนี้ไม่ให้ใช้เลย เข้าใจไหมครับ”
ลูกพยักหน้า มองมือตัวเองอย่างพอใจ คงคิดว่า “แฮ่…มีอะไรอวดเพื่อน ๆ อีกแล้ว เท่ห์จังเลยมือแบบนี้น่ะ”
ก็ตั้งแต่เด็ก ๆ แค่มีแผลข่วนนิดหน่อย ลูกก็ขอพลาสเตอร์ติด และทำท่าว่ามันเป็นสิ่งพิเศษยังไงยังงั๊นเลย ห้ามใครแตะห้ามใครจับ เวลาอาบน้ำ เราต้องช่วยระวังแผล “น้อย” ของลูก จนปวดหัว น้ำหยดหนึ่งกระเด็นไปโดนก็เป็นเรื่อง เสียอกเสียใจ….เฮ้อ…
“เอาหล่ะ เสร็จแล้วครับ ทีนี้ คุณแม่ครับ ต้องล้างแผลทุกวันกันติดเชื้อ พาไปคลินิคใกล้บ้านก็ได้ครับ หมออยากให้คลินิคล้างให้ก่อน สักสองวัน หากไม่มีปัญหาอะไรก็ล้างทำแผลที่บ้านได้ครับ และอีกหนึ่งอาทิตย์มาตัดไหมนะครับ สันเขาครับ จำได้นะครับ วันอังคารหน้ามาหาหมอตัดไหมนะครับ”
ทันทีที่คุณหมอบอกว่าเสร็จแล้วครับ และคุณพยาบาลอุ้มลูกลงจากเตียง สันเขาก็ยกมือไหว้คุณหมอแบบขอไปทีแล้วรีบเปิดประตูจะออกมา ม๊ารีบดึงตัวไว้
“เดี๋ยวก่อนลูก สวัสดีคุณหมอสวย ๆ ค่ะ”
“คุณพยาบาลด้วยค่ะ”
ขุนเขาวิ่งมาหาน้องทันทีที่เห็นและกระโดดเด้งดึ๋ง ๆ หน้าห้องคุณหมอกันสองคน พลางส่งเสียงทักทายกันราวกับไม่ได้เจอกันมาเป็นปี ๆ จนม๊าต้องส่งเสียงดุให้เงียบ
หลังจ่ายตังค์กระทั่งขึ้นรถกลับบ้าน ม๊าก็อบรมสันเขา อย่างจริงจัง สันเขานิ่งฟัง ส่วนพี่ชายสลบไปตั้งแต่ออกรถ เพราะวิ่งเล่นรอบโรงพยาบาลมากไป
“สันเขา เห็นไหมลูกว่า ทำไมหม่าม๊าต้องห้าม ต้องพูดตลอด ว่า อย่านะ ไม่เอานะ ระวังนะ นี่ไง ผลของมันอยู่ที่มือลูกไง ทีนี่ต่อไปเชื่อหม่าม๊าแล้วใช่ไหม”
“เชื่อแล้วครับ”
“แล้วลูกก็ต้องขอโทษหม่าม๊า กับคุณป้าด้วย เพราะลูกทำให้ พวกเรายังไม่ได้ทานข้าวเลย เห็นไหม ดึกแล้ว รถก็ติดด้วย และค่าหมอค่ายาก็แพงมาก ๆ ป่าป๊ากับหม่าม๊าก็ต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อหาเงินมาจ่ายค่ายาลูก ขอโทษครับหรือยังครับ”
“ขอโทษครับ” ลูกพูดเสียงเบา
ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม ในเรื่องการคุยเรื่อง เงิน ๆ ทอง ๆ กับลูกตั้งแต่เล็ก ๆ สันเขากับสองเขารับรู้เรื่องฐานะพ่อแม่ว่า ต้องทำงาน ถึงจะมีทุกสิ่งในวันนี้ ให้ลูกได้ใช้ ลูกเองต่อไปก็ต้องตั้งใจเรียนและทำงาน สร้างงาน ให้สังคม
วันนี้ สันเขาได้รับบทเรียนใหญ่ พร้อมกับยาฆ่าเชื้อครอบจักรวาล กับยาแก้ไข้แก้อักเสบอีกหนึ่งขวด แต่ลูกกลับเฝ้ามองมือบวม ๆ สีขาวของตัวเองอยู่ตลอดเวลาด้วยใบหน้าที่เจือรอยยิ้ม และความภูมิใจ
ม๊ารู้ดีว่าแผลนี้เป็นแค่การเริ่มต้นของลูกแค่นั้น เอง และม๊าต้องเตรียมพร้อม ในการเฝ้าระวัง เพราะสันเขาเพิ่งสันคิ้วเกือบแตกกับใต้คิ้วเป็นรอยขีดจากการถูกเพื่อนโล้ชิงช้าเข้าใส่เมื่อเดือนที่แล้วเอง
สันเขากล้าหาญ คล่องแคล่ว ว่องไว และใจกว้างกว่าพี่ขุนเขามาก ซึ่งในแง่ดีก็มีแต่ในแง่ร้าย ลูกจะได้รับอันตรายมากกว่า ไม่ว่าจะจากอุบัติเหตุ หรือจากคนที่จะมาเอาผลประโยชน์จากลูก
ม๊าก็หวังว่า จะสามารถสั่งสอนให้ลูกระวังตัวได้เท่า ๆ กับระวังคน
สำหรับม๊าบทเรียนที่ได้รับก็คือ
ต่อไปจะไม่ปล่อยเด็กสองคนให้ออกไปกับคุณป้าคนเดียว เพราะเวลาเค้าซน คุณป้าไม่มีทางจับได้ทัน ม๊ายอมวางมือจากเน็ต ลงไปเล่นกับลูกดีกว่า จะเสี่ยง ยังจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ มีหลานคนหนึ่งที่กระโดดลงจากเก้าอี๊ไม้และหัวไปโดนขอบเก้าอี้ หัวแตก เลือดอาบ น่ากลัวมาก ๆ ม๊าไม่อยากเสี่ยงให้ลูกเป็นแบบนั้น
จะไม่เกรงใจคนมากไป อย่างกรณีทีม๊าเห็นกองขยะแต่แรกแล้ว ไม่พูด ไม่ร้องเรียนผู้จัดการให้ย้ายมันออกไป ถือว่าผิด
“














I really like your blog.. very nice colors & theme. Did you create this website yourself or did you hire someone to do it for you? Plz respond as I’m looking to design my own blog and would like to find out where u got this from. appreciate it
Howdy just wanted to give you a brief heads up and let you know a few of the pictures aren’t loading correctly. I’m not sure why but I think its a linking issue. I’ve tried it in two different internet browsers and both show the same outcome.
Today, while I was at work, my cousin stole my iphone and tested to see if it can survive a 40 foot drop, just so she can be a youtube sensation. My apple ipad is now broken and she has 83 views. I know this is completely off topic but I had to share it with someone!
Wow that was unusual. I just wrote an very long comment but after I clicked submit my comment didn’t show up. Grrrr… well I’m not writing all that over again. Regardless, just wanted to say fantastic blog!
Sweet blog! I found it while surfing around on Yahoo News. Do you have any suggestions on how to get listed in Yahoo News? I’ve been trying for a while but I never seem to get there! Thank you
This is a great web site, could you be interested in doing an interview about how you created it? If so e-mail me!
I’m not that much of a online reader to be honest but your blogs really nice, keep it up! I’ll go ahead and bookmark your website to come back in the future. All the best
The core of your writing while sounding agreeable originally, did not really sit perfectly with me personally after some time. Somewhere throughout the paragraphs you were able to make me a believer unfortunately only for a very short while. I nevertheless have got a problem with your leaps in assumptions and you would do well to fill in those gaps. If you can accomplish that, I will definitely end up being amazed.
Hi! Do you know if they make any plugins to assist with SEO? I’m trying to get my blog to rank for some targeted keywords but I’m not seeing very good results. If you know of any please share. Appreciate it!
Greetings! This is my 1st comment here so I just wanted to give a quick shout out and tell you I truly enjoy reading through your posts. Can you recommend any other blogs/websites/forums that go over the same subjects? Thanks a ton!
Hello! I know this is somewhat off topic but I was wondering if you knew where I could locate a captcha plugin for my comment form? I’m using the same blog platform as yours and I’m having trouble finding one? Thanks a lot!
I’m truly enjoying the design and layout of your website. It’s a very easy on the eyes which makes it much more enjoyable for me to come here and visit more often. Did you hire out a developer to create your theme? Exceptional work!
With havin so much content and articles do you ever run into any issues of plagorism or copyright violation? My blog has a lot of exclusive content I’ve either authored myself or outsourced but it appears a lot of it is popping it up all over the web without my authorization. Do you know any methods to help reduce content from being ripped off? I’d really appreciate it.
I was curious if you ever thought of changing the page layout of your blog? Its very well written; I love what youve got to say. But maybe you could a little more in the way of content so people could connect with it better. Youve got an awful lot of text for only having one or 2 images. Maybe you could space it out better?
My partner and I stumbled over here coming from a different website and thought I might as well check things out. I like what I see so now i am following you. Look forward to checking out your web page for a second time.