เมื่อแรกเกิดถึงราวขวบ แม่จดบันทึกการใช้ยาของลูกไว้ตลอด แต่ตอนนี้จะใช้ข้อมูลก็หาไม่เจอเสียแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจนน่าใจหาย แม่ยอมรับในการผลัดวันประกันพรุ่งของตัวเอง แต่ก็แอบมีเหตุผลเล็ก ๆ ให้ตัวเองได้ผ่านข้อหานี้ ก็คือ “ฉันมีลูกลิงสองตัวที่ต้องดูแล ใครจะมีสมองไปจด ไปเขียน ไปทำอะไรมากมายอย่างที่เธอคิดล่ะ มีมี่”
สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว หรือทำไปแล้ว และมันผ่านไปแล้ว ก็ต้องให้มันแล้วไป การมานั่งเสียใจ โทษตัวเอง ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีประโยชน์อะไร…
วลีนี้ พ่อของลูกเป็นคนบอกเพื่อปลอบใจ ตอนที่แม่เสียหุ้นหนัก เงินเก็บที่คิดว่าจะทำให้มันงอกเงยขึ้นมา จะได้เกษียณอย่างมีความสุขแบบชาวญี่ปุ่นน่ะ มลายไปกับตลาดหุ้น สองรอบ พ่อเองก็เจ็บตัวเหมือนกัน แต่สุดท้าย สายป่านและสายตาที่ยาวกว่าแม่ ก็ทำให้พ่อเอาส่วนที่ขาดทุนไปกลับคืนมาได้แถมกำไรนิดหน่อย
เล่นหุ้นน่ะ ไม่ยั่งยืนนะ เราได้คนอื่นเสีย แน่นอน มันคือการพนันดี ๆ นี่เอง หากลูกอ่านเจอช่วงนี้ ในตอนโตที่ทำงานเองแล้ว หวังว่าลูกจะไม่พลาดเหมือนแม่…อุ๊ปส์ แม่ควรจะบอกว่า “หวังว่าลูกจะไม่เล่นหุ้นใช่ไหม” เอาใหม่ๆ หวังว่า ลูกจะเรียนรู้การลงทุนอย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพมากกว่าแม่…
เรากลับมาที่การใช้ยาของลูกกัน
เริ่มบันทึกจากปัจจุบัน ส่วนช่วงที่ขาดหายไปแม่จะไปค้นหางานที่จดบันทึกไว้ แล้วค่อยมาต่อเติมอีกครั้งให้สมบูรณ์ที่สุด ที่ตั้งใจจริงจังก็เพราะว่า หลังจากลูกเข้าเรียนวันที่ 28 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา วันที่สิบของการไปโรงเรียน ขุนเขาก็ติดหวัดจากเด็กในห้องซึ่งมีเด็กไอ จาม กันอยู่สามคน จากนั้น สามวัน สันเขาก็ติดจากพี่ชาย
ยาที่ลูกสองคนใช้เป็นประจำมีอยู่ด้วยกัน 5 ประเภท
1. ยาแก้ไอ
2. ยาแก้หวัด
3. ยาลดไข้
4. ยาฆ่าเชื้อ
5.
แม่จะเข้ามาลงรายละเอียดไว้เรื่อย ๆ เท่าที่จะมีเวลา













